Back to Blog

บอตเน็ต Dysphoria IoT เพิ่มระบบ Blockchain C2 และรีเลย์จากเครื่องที่ถูกโจมตีหลังปฏิบัติการปราบ JackSkid

บอตเน็ต Dysphoria IoT ปรับตัวครั้งใหญ่ ใช้ Blockchain C2 และรีเลย์จากเครื่องที่ติดเชื้อหลังปฏิบัติการปราบ JackSkid ทำให้ปิดกั้นยากขึ้น

Sales
1 min read
บอตเน็ต Dysphoria IoT เพิ่มระบบ Blockchain C2 และรีเลย์จากเครื่องที่ถูกโจมตีหลังปฏิบัติการปราบ JackSkid

บอตเน็ต Dysphoria ที่มุ่งเป้าโจมตีอุปกรณ์ IoT กำลังพัฒนาขีดความสามารถครั้งใหญ่ หลังปฏิบัติการปราบปรามโครงสร้างพื้นฐานของ JackSkid ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทีมวิจัยจาก CNCERT และ XLab เปิดเผยว่าบอตเน็ตดังกล่าวได้เพิ่มระบบชื่อบริการบนบล็อกเชนและใช้เครื่องที่ติดเชื้อเป็นรีเลย์ ทำให้การปิดกั้นทำได้ยากขึ้นอย่างมาก

ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยคอมพิวเตอร์แห่งชาติจีน (CNCERT) ร่วมกับ XLab ห้องปฏิบัติการข่าวกรองภัยคุกคามจากจีน รายงานว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นกลยุทธ์สำคัญของ Dysphoria เพื่อหลบหนีการตรวจสอบและเพิ่มความทนทานของเครือข่าย การใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนสำหรับ C2 ช่วยให้คำสั่งควบคุมกระจายตัวและติดตามได้ยากยิ่งขึ้น



การปรับตัวหลังปฏิบัติการปราบ JackSkid


ปฏิบัติการของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในเดือนมีนาคมที่กำหนดเป้าหมายไปที่โครงสร้างพื้นฐานของ JackSkid ส่งผลให้แฮกเกอร์ต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว Dysphoria ซึ่งเป็นหนึ่งในบอตเน็ต IoT ที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด ได้นำระบบ Blockchain C2 มาใช้เพื่อให้การสื่อสารระหว่างเครื่องแม่ข่ายและเครื่องที่ถูกควบคุมมีความซับซ้อนและตรวจสอบได้ยากกว่าเดิม



ระบบรีเลย์จากเครื่องที่ติดเชื้อ


นอกจาก Blockchain C2 แล้ว Dysphoria ยังใช้เครื่องที่ติดเชื้อเป็นรีเลย์หรือตัวกลางในการส่งคำสั่ง ซึ่งช่วยให้การเชื่อมต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ควบคุมไม่ใช่เส้นทางตรงอีกต่อไป แต่จะผ่านอุปกรณ์อื่นที่ถูกโจมตีก่อน ทำให้การปิดกั้นจากฝั่งผู้ให้บริการเครือข่ายหรือทีมรับมือเหตุการณ์ทำได้ยาก เพราะต้องระบุเป้าหมายหลายชั้น



แนวโน้มภัยคุกคาม IoT ในยุคถัดไป


การที่บอตเน็ต Dysphoria นำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่อาชญากรไซเบอร์จะปรับตัวใช้เครื่องมือใหม่ที่ท้าทายต่อการสืบสวน การติดตามและการปิดกั้นบอตเน็ต IoT จะยากขึ้นในอนาคต เป็นสัญญาณเตือนให้องค์กรและผู้ใช้อุปกรณ์ IoT ต้องเพิ่มความระมัดระวังและอัปเดตซอฟต์แวร์อยู่เสมอ



ข้อแนะนำในการป้องกัน


ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เปลี่ยนแปลงรหัสผ่านเริ่มต้นของอุปกรณ์ IoT ทันที ปิดการใช้งานบริการที่ไม่จำเป็น และตรวจสอบการเชื่อมต่อที่ผิดปกติบนเครือข่ายภายในองค์กร การใช้ระบบตรวจจับภัยคุกคามและอัปเดตเฟิร์มแวร์อย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตีในลักษณะนี้



สรุปทิศทางของบอตเน็ต Dysphoria


บอตเน็ต Dysphoria กำลังกลายเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่ปรับตัวเร็วที่สุดในโลกไซเบอร์ การเพิ่ม Blockchain C2 และรีเลย์จากเครื่องที่ติดเชื้อทำให้การปราบปรามยากขึ้นมากกว่าเดิม ทีมวิจัยยังคงจับตาการเคลื่อนไหวของบอตเน็ตนี้อย่างใกล้ชิด และแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมรับมือกับกลยุทธ์ใหม่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้น



Reference


The Hacker News

หากสนใจสินค้า หรือต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม

💬 Line @monsteronline

☎️ Tel 02-026-6664

📩 Email [email protected]

🌐 ดูสินค้าเพิ่มเติม mon.co.th

แชทผ่าน LINEดูสินค้าทั้งหมด