Phishing Tag

ธนาคารกรุงไทยได้ออกมาแจ้งเตือนถึงแคมเปญอีเมล Phishing ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ โดยผู้ไม่ประสงค์ดีปลอมตัวเป็นพนักงานจาก KTB netbank ระบบ Internet Banking ของธนาคารกรุงไทย แล้วหลอกให้เหยื่อคลิกลิงค์ที่แนบมากับอีเมลเพื่อหลอกขโมยรหัสผ่าน อีเมล Phishing ดังกล่าวถูกระบุว่าส่งมาจาก “ธนาคารกรุงไทย.” <info@ktbnetbank.co.th> โดยจั่วหัวเป็น “รักษาความปลอดภัยบัญชีของคุณจากผู้ใช้ที่ไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่งโดเมนที่ใช้งานมีชื่อคล้ายกับเว็บไซต์ของ KTB netbank (www.ktbnetbank.com) เพื่อหลอกให้เหยื่อเข้าใจว่าเป็นพนักงานหรือระบบอัตโนมัติของ KTB netbank ส่งอีเมลแจ้งเตือนมา เนื้อหาในอีเมลระบุว่า พบการเข้าถึงระบบ Internet Banking ของเหยื่อจากหมายเลข IP ที่ไม่รู้จัก จึงทำการระงับบัญชีชั่วคราวเพื่อความมั่นคงปลอดภัย พร้อมทั้งบอกให้เหยื่อลงชื่อเข้าใช้เว็บ https://www.ktbnetbank.com เพื่อเปิดใช้งานบัญชีอีกครั้ง นอกจากนี้ยังขู่อีกว่า ถ้าใส่ข้อมูลไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนอาจทำให้บัญชีของเหยื่อถูกล็อกโดยถาวร อย่างไรก็ตาม ลิงค์ที่แนบมานั้นกลับนำเหยื่อไปสู่เว็บ Phishing ของแฮ็กเกอร์แทน ถ้าเหยื่อเผลอกรอกข้อมูลลงไป จะทำให้ถูกขโมยรหัสผ่านทันที [caption id="attachment_7497" align="aligncenter" width="887"] Credit: KTB.co.th[/caption] ธนาคารกรุงไทยแนะนำว่า ให้ลูกค้าของธนาคารตรวจสอบอีเมลและลิงค์ที่แนบมาให้ละเอียด โดย “Email ของธนาคารจริง จะต้องตามด้วย “@ktb.co.th” ไม่ใช่ “@ktbnetbank.co.th”” และถ้ามีลิงค์ที่น่าสงสัยแนบมาในอีเมลด้วย “สามารถทำการตรวจสอบเบื้องต้นด้วยการนำเมาส์ไปชี้ค้างไว้ โดยไม่ต้องคลิกที่ Link นั้น และหากพบว่า ที่อยู่ไม่ตรงกัน แสดงว่าเป็น Link ที่พาไปยังเว็บไซต์อันตราย” ที่มา: https://www.techtalkthai.com...

Read More

การขโมยข้อมูลหรือแฮคเข้าระบบทางตัวบุคคลผู้ใช้ ยังคงเป็นวิธียอดนิยมของมิจฉาชีพ โดยเฉพาะการใช้อีเมล และการสร้างเว็บไซต์ปลอมๆ หรือที่เรียกกันว่า Phishing   ในปี 2017 ที่ผ่านมา มีรายงานจาก FBI ว่าแฮคเกอร์สามารถทำเงินได้ไม่ต่ำกว่า 676 ล้านเหรียญสหรัฐ จากการ Phishing แบบ CEO Fraud ที่มิจฉาชีพปลอมแปลงอีเมล และสวมรอยเป็นผู้บริหารองค์กร ส่งเมลไปหาเลขาหรือฝ่ายการเงินแล้วบอกให้พนักงานของตัวเองโอนเงินเข้าบัญชีใดบัญชีหนึ่ง (ซึ่งเป็นของมิจฉาชีพนี่เอง)   เว็บไซต์ด้านธุกิจ inc.com ได้รวบรวม วิธี Phishing ยอดนิยมในปีนี้ มีอะไรกันบ้าง ไปดูกันเลย   อีเมลที่บอกว่าผู้รับได้รับสิทธิประโยชน์หรือรางวัลต่างๆ ในปีที่มีมหกรรมกีฬาอย่างฟุตบอลโลกหรือเอเชียนเกมส์ หนึ่งในวิธีที่มิจฉาชีพใช้คือส่งอีเมลไปหลอกผู้รับว่าเขาได้รับรางวัลเป็นตั๋วเข้าร่วมในอีเวนท์นั้นๆ ฟรี หรือคุณมีสิทธิลุ้นรับบัตรเข้าร่วมในราคาที่ต่ำมากๆ เพียงแค่ทำตามขั้นตอนที่บอกมาในอีเมล ด้วยการลงทะเบียน ด้วยการกรอกข้อมูลส่วนตัวลงไปในเว็บไซต์ที่ผู้ส่งอีเมลแปะลิงค์มาให้ นั่นคือวิธีที่มิจฉาชีพหลอกเอาข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไป ด้วยเหตุนี้ผู้ใช้ไม่ควรสนใจอีเมลจากแหล่งอ้างอิงที่ไม่น่าเชื่อถือ ที่มาพร้อมกับข้อเสนอที่ดีเกินจริงเป็นอันขสด โปรโมชั่นที่พักราคาถูก ในช่วงหน้าเทศกาลหรือวันหยุดยาวต่างๆ มิจฉาชีพอาจจะสวมรอยเป็นเจ้าของที่พัก ทำโฆษณาที่พักราคาถูกให้เช่า ในราคาที่ถูกมากกว่าเจ้าอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด ให้ผู้ใช้ที่สนใจบ้านพักนั้น ติดต่อไปทางอีเมลของมิจฉาชีพ จากนั้นมิจฉาชีพก็จะส่งบอกให้เหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีแล้วก็หายเข้ากลีบเมฆ   การเจาะ email account FBI ได้รายงานว่า 50% ของเงินที่มิจฉาชีพได้จากการ Phishing มาจากวิธีที่เรียกว่า account takeover attack มิจฉาชีพแฮคอีเมลคนๆ หนึ่งเพื่อดูว่าคนๆ นั้นทำอาชีพอะไร ติดต่อใครเรื่องอะไรเอาไว้บ้าง จากนั้นมิจฉาชีพก็จะสวมรอยเป็นคนๆ นั้นแล้วส่งอีเมลไปหาคนอื่นๆ...

Read More

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณเสิร์ช Google ว่า Online Shopping แล้วเจอเว็บขายของออนไลน์ ที่ขายของในราคาถูกเหมือนแจกฟรี แถมถ้าสั่งซื้อตอนนี้จะได้ส่วนลดพิเศษ จนคุณแทบอยากกรอกเลขบัตรเครดิตของตัวเองลงไปทันทีทันใด   หรือคนที่สนใจไปทำงานต่างประเทศแล้วเสริ์ชคำว่า Job in USA แล้วเจอเว็บหนึ่งที่ตำแหน่งงานว่างที่กำลังตามหา ซึ่งถ้าสมัครตอนนี้โอกาสได้งานแทบจะร้อยเปอร์เซนต์ ทำให้คุณแทบอยากจะพิมพ์ข้อมูลส่วนตัวลงในช่องกรอกใบสมัครออนไลน์ ณ ตอนนี้เลย   หรือการได้รับอีเมลว่าบัญชีโซเชียลมีเดียของคุณถูกไวรัส  (หรืออาจจะเป็นคอมพิวเตอร์ของคุณโดนไวรัสก็เป็นได้) และคุณต้อง log in เข้าไปยังเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อยืนยันตัวตน ทางทีม support จะได้หาทางแก้ปัญหาให้คุณได้     ถ้าโลกใบนี้ซื่อตรงขนาดที่ว่าทุกข้อความที่สื่อสารออกไปเป็นความจริงก็คงจะดี น่าเสียดายที่มันไม่ใช่อย่างนั้น ทั้ง 3 ตัวอย่างที่ยกมา เป็นการโจมตีทางไซเบอร์ที่เรียกว่า Phishing Through Search Engine   Phishing through Search Engine คือการที่มิจฉาชีพทำเว็บไซต์ปลอมๆ ที่มีช่องให้ผู้ใช้งานกรอกข้อมูลส่วนตัวลงไปได้ มิจฉาชีพนั้นจะสร้างสถานการณ์ให้ผู้ใช้ต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวลงไปในเว็บไซต์ อย่างเช่นใน 3 กรณีที่ยกมาข้างต้น สิ่งที่น่ากลัวของ Phishing ประเภทนี้คือ เว็บไซต์หลอกลวงเหล่านี้สามารถ search เจอได้จาก Google     ถึงอย่างนั้น เรามันก็พอมีวิธีจับพิรุธ   เป็นข้อเสนอที่ดีเกินกว่าจะเป็นจริง – เช่นสินค้าทำมาก็ต้องหวังกำไร การลดราคาถูกเกินความเป็นจริง ก็ดูไม่น่าไว้ใจ หรือการที่จู่ๆ จะมีตำแหน่งว่างในต่างประเทศ พร้อมให้เราทำงานได้ทันที มันเป็นไปได้ยากมาก   การสร้างสถานการณ์เลวร้ายให้ตื่นตระหนกเกินจริง – ทำไมจู่ๆ คอมหรือบัญชีโซเชียลมีเดียของเราจะมีปัญหาได้...

Read More

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าจู่ๆ CEO หรือประธานบริษัทส่งอีเมลมาที่ฝ่ายการเงิน เพื่อขอให้โอนเงินไปให้บริษัทคู่ค้าทางธุรกิจโดยด่วน เช่นเดียวกับ การส่งอีเมลไปให้เลขาพร้อมแนบไฟล์สำคัญมาให้เลขาเปิดดู เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นได้เสมอในโลกการทำงาน ถึงอย่างนั้น ถ้าพนักงานเหล่านั้นไม่ได้สังเกตดีๆ พวกเขาก็อาจตกเป็นเหยื่อของการ Phishing ที่มิจฉาชีพเหล่านั้นจะปลอมตัวเป็น CEO บริษัท แล้วหลอกให้พนักงานฝ่ายการเงินโอนเงินเข้ากระเป๋สตัวเอง หรือส่งไฟล์ที่มี malware / ransomware เพื่อเอาไว้ล้วงข้อมูลหรือปิดกั้นการเข้าถึงไฟล์ในเครื่องก็เป็นได้ การสวมรอยเป็นคนอื่นทางอีเมลเรียกว่า Spoofing ส่วนการแอบอ้างเป็น CEO ทางอีเมลนั้น จะเรียกว่า CEO Fraud ปัญหาเหล่านี้แก้ได้ไม่ยาก ด้วยการให้ความรู้กับพนักงานเพื่อที่พวกเขาจะได้ตรวจสอบพิรุธของ CEO Fraud ได้ และนี่คือวิธีการสังเกตเบื้องต้น การเกริ่นด้วยคำว่า “Are you at the office?” เพราะมิจฉาชีพที่ต้องการให้เหยื่อโอนเงินให้ทันทีทันใด จึงต้องทำให้มั่นใจว่าเหยื่อจะพร้อมโอน อีเมลเลยมักจะเกริ่นมาก่อนด้วยข้อความสั้นๆ ว่า Are you at the office? เพราะถ้าเราตอบว่าไม่ได้อยู่ออฟฟิศ มิจฉาชีพจะก็รีบไปหาเป้าหมายอื่นๆ ต่อไป ดังนั้นการถามว่า Are you at the office? จึงเป็นพิรุธแรกที่น่าสงสัยที่สุด ความเร่งด่วนในการโอนเงิน ข้อความในอีเมลของ CEO ปลอมๆ มักจะพูดว่าต้องโอนเงินด่วนวันนี้ และเขาวุ่นมากติดประชุมทั้งวัน ไม่มีเวลามาตอบเมล นั่นเป็นการบีบให้อีกฝ่ายต้องรีบโอนเงิน และเวลาคนถูกเร่งก็มักจะละเลยการสังเกตรายละเอียดอื่นๆ ไป   อีเมลที่ส่งให้กับอีเมลที่ให้...

Read More

คราวที่แล้ว Monster Connect ได้ลงบทความเกี่ยวกับ 10 วิธีป้องกันตนเองจาก Phishing พาร์ทแรกไปแล้ว เรามาต่อกันที่ 5 ข้อหลังกันเลย   หมั่นอัปเดต web browser ใช้อยู่เป็นประจำ – ปกติแล้ว web browser ต่างๆ จะมี patch ให้โหลดเพิ่มตลอดเวลาอยู่แล้ว เพื่อป้องกัน phishing และตัว web browser เอง บางครั้งก็ขึ้นข้อความเตือน user ให้โหลด update patch อยู่เรื่อยๆ แต่ user หลายๆ คอยๆ แต่ รนข้อความเตือน ยู่เป็นประจำ - ปนมักปล่อยผ่านไป การละเลยแบบนี้จะทำให้ user เองที่เสี่ยงกับการถูก phishing แนะนำให้โหลด patch ใหม่ทันที เวลาที่มันขึ้นแจ้งเตือน ใช้ Firewall - Firewall ตามชื่อของมันที่แปลตรงๆ ได้ว่า "กำแพงไฟ" มีหน้าที่เป็นปราการป้องกันระหว่าง user กับภัยคุกคามจากข้างนอกอยู่แล้ว ซึ่ง user เองก็ควรใช้...

Read More

Phishing คือภัยร้ายที่มิจฉาชีพเอาไว้หลอกผู้ใช้งานออนไลน์ให้ตกเป็นเหยื่อ เผลอเปิดเผยข้อมูลของตัวเอง หรือเปิดช่องโหว่ความปลอดภัยให้แฮคเกอร์ปล่อย ransomware เข้าไปคุกคามและปิดกั้นการเข้าถึงไฟล์ในเครื่อง ถึงอย่างนั้น Phishing เป็นเรื่องที่ป้องกันได้ และนี่คือ 10 ข้อที่เราอยากแนะนำเพื่อความปลอดภัยจาก phishing ทั้งปวง อัปเดตความรู้เรื่องความปลอดภัยไซเบอร์สม่ำเสมอ - มิจฉาชีพคิดค้นวิธี phising ใหม่ๆ ออกมาเสมอ ถ้าเรารู้ไม่เท่าทัน ก็จะตกเป็นเหยื่อทันที ถ้าคุณทำงานเป็นผู้ดูแลระบบ IT ก็ยิ่งต้องรู้ให้ลึกยิ่งกว่าใคร ฝ่าย IT ควรจัดอบรม security awareness training อยู่เรื่อยๆ และทำการจำลอง phishing กับพนักงานอยู่เป็นประจำ   2.คิดก่อนคลิกทุกครั้ง  - การคลิกลิงค์ที่แนบมาในอีเมลโดยทันทีไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด ก่อนคลิกลิงค์ใดๆ ให้เอาเมาส์ไปวางค้างไว้ที่ลิงค์นั้นก่อน เราจะเห็นตัวอักษรที่บอกว่า url ที่เราจะคลิกเข้าไปนั้นคืออะไร เพราะมิจฉาชีพจะทำการตกแต่งเว็บไซต์ปลอมๆ เช่น Facebook, Amazon ต่างๆ ให้ดูเหมือนเว็บไซต์จริงๆ จนเราแยกไม่ออกและกรอกข้อมูลส่วนตัวลงไป  เช่นเดียวกับการที่แฮคเกอร์มักส่ง phishing email แบบรวมๆ ดังนั้นเวลาขึ้นต้นหัวใจจดหมาย ก็มักจะไม่ได้ระบุชื่อของผู้รับอย่างเจาะจง เช่นการใช้ Dear Customer แทนการใช้ Dear ที่ตามด้วยชื่อของเรา การสังเกตรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ตรงนี้จะช่วยป้องกันเราจาก phishing email...

Read More

การโจมตีทางไซเบอร์ที่เรียกว่า Phishing นั้นมีหลายประเภท (อย่างเช่นที่เคยนำเสนอไปในบทความก่อนว่ามี 12 ประเภทด้วยกัน) ถึงอย่างนั้น Phishing ก็จะมีรูปแบบที่มิจฉาชีพมักจะทำด้วยกัน 4 ข้อนี้ การหลอกลวงผ่านอีเมล - การอ้างว่าตัวเองเป็นฝ่าย Technical Support มิจฉาชีพมักจะหลอกว่าตัวเองเป็นฝ่ายเทคนิคของบริษัทยักษ์ใหญ่และบอกกับผู้รับอีเมลว่าแอคเคานท์ของคุณมีปัญหา ให้รีบจัดการโดยเร็ว แน่นอนว่าถ้าอ่านดีๆ จะพบว่าภาษาที่ใช้มันจะดูแปลกๆ แต่ถ้ารีบๆ อ่านก็อาจจะจับพิรุธไม่ได้ อย่างเช่นเคสนี้ แฮคเกอร์หลอกว่าตัวเองเป็นเจ้าหน้าที่ของ Paypal ที่เห็นว่าผู้ใช้รายนี้มี "unusual log in activity" (การ log in ที่ผิดปกติ) อยู่ ที่ตัวอักษรสีฟ้า จะบอกว่าให้ผู้ใช้คลิกลิงค์นั้นเพื่อ log in เข้า Pay Pal อีกครั้ง และถ้าผู้รับอีเมลคลิกเข้าไปเพื่อ log in และกรอก user name กับ password ตามที่อีเมลบอก ก็จะเป็นการบอกข้อมูลส่วนตัวของเราให้กับโจรไปโดยทันที วิธีแก้คือก่อนคลิกไปยังลิงค์ใดๆ ให้เอาเมาส์ไปวางที่คำๆ นั้น รอสักพัก มันจะขึ้น URL ให้เราเห็นว่าถ้าคลิกแล้วจะลิงค์ไปที่เว็บไซต์ใด เป็นต้น หรืออีกเคสหนึ่ง ที่มิจฉาชีพหลอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของ Microsoft และแจ้ง user ผ่านอีเมลว่า "unusual sign-in...

Read More

คราวที่แล้วเราได้พูดถึง Cyber Attack ที่ร้ายแรงอย่าง Phishing คราวนี้เราจะมาทำความรู้จักว่า Phishing มีกี่ประเภท และต่างกันอย่างไร   1.Phishing ทั่วไป ใช้อีเมลทั่วไป ที่มีเนื้อหาที่น่าเปิดดู อาจจะเป็นเรื่องมีสิทธิได้รับรางวัลพิเศษ หรือแอคเคานท์โซเชียลมีเดียของคุณมีปัญหา เพื่อให้คุณคลิกลิงค์หรือกรอกข้อมูลส่วนตัวต่างๆ phishing แบบนี้จับพิรุธได้ไม่ยากเท่าไหร่   Spear Phishing แฮคเกอร์จะทำการบ้านเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวของคนที่ต้องการให้ตกเป็นเหยื่อ ว่าชื่ออะไร ทำงานที่ไหน และออกแบบการโจมตีให้เข้ากับคนๆ นั้น ดูได้จากข้อมูลที่ระบุมาในอีเมลเป็นต้น ถ้าการโจมตีนั้นมุ่งเน้นไปที่ผู้บริหารระดับสูงขององค์กร ด้วยการใช้อีเมลที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ executive meeting หรือเป็นวาระสำคัญให้ต้องตัดสินใจต่างๆ Phishing  แบบนั้นจะเรียกว่า Whaling Session Hijacking แฮคเกอร์แฮคเว็บที่ user คนนั้นกำลังใช้งานอยู่ และขโมยข้อมูลของ user ที่กำลังใช้งานเว็บนั้น   Content Injection การทำหน้าเว็บปลอมหลอกให้คนคลิกเข้าไป จากนั้นในหน้าเว็บปลอมก็จะมีการหลอกให้คนใส่ข้อมูลส่วนตัวลงไป   Web Based Delivery นี่คือวิธีการหลอกเอาข้อมูลที่แยบยล แฮคเกอร์เข้าไปแทรกกลางระหว่างการเชื่อมต่อของบุคคลกับเว็บไซต์นั้นๆ แล้วแฮคเกอร์ก็ตามเก็บข้อมูลที่ส่งผ่านกันระหว่างเว็บไซต์นั้นกับ user โดยที่ user ไม่รู้ตัว   Phishing through Search Engines แฮคเกอร์อาจทำเว็บขายของออนไลน์ปลอมๆ ซึ่งนำเสนอสินค้าราคาถูกกว่าเจ้าอื่นในตลาด ที่เราสามารถเสิร์ชเจอได้จาก search engine ต่างๆ จากนั้นตอนที่เรากรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อสั่งซื้อของ แฮคเกอร์ก็จะขโมยข้อมูลของเราไป Vishing (Voice Phishing) มิจฉาชีบโทรหาเหยื่อ โดยใช้...

Read More

Phishing คือการล้วงข้อมูลลับด้วยวิธีทางสังคม (Social Engineering) มันคือภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่น่ากลัวอย่างยิ่ง คำว่า Phishing ออกเสียงแบบเดียวกับคำว่า Fishing ที่แปลว่าตกปลา ไม่ต่างจากการที่แฮคเกอร์ใช้เหยื่อล่อให้ผู้ใช้ตายใจ และเผลอกรอกข้อมูลส่วนตัวไปให้โดยไม่รู้ตัว   แฮคเกอร์มักจะใช้ Phishing ด้วยการล่อลวงมาทางอีเมล เช่น บอกว่าคุณได้รางวัลใหญ่ หรือบัญชีธนาคารของคุณกำลังถูกระงับ หรือแอคเคานท์โซเชียลมีเดียของคุณมีปัญหา จากนั้นจะมีลิงค์ที่ดูเหมือนว่าจะนำไปสู่หน้า official website ของหน่วยงานนั้น ซึ่งหน้าตาของเว็บไซต์ปลายทางดูเผินๆ ก็เหมือน official website จริงๆ ซึ่งจะมีช่องให้คุณกรอกข้อมูลส่วนตัวต่างๆ ลงไป โดยเฉพาะเลขบัตรเครดิต ในหน้าเว็บไซต์อันนั้น คือหลุมพรางที่แฮคเกอร์ขุดบ่อไว้ล่อปลามาตกกิน เพราะข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเอาไปใช้หากินทันที เช่น บัตรเครดิตจะถูกรูดเอาไปใช้ เป็นต้น   ร้ายกว่านั้น ในการคลิกลิงค์ต่างๆ มันอาจเป็นแผนหลอกให้ผู้ใช้ติดตั้งมัลแวร์ต่างๆ ภายในเครื่องโดยไม่รู้ตัว มัลแวร์เหล่านี้อาจไปเข้ารหัสให้คุณเปิดไฟล์สำคัญไม่ได้ และแฮคเกอร์ก็จะติดต่อคุณเพื่อให้คุณจ่ายเงินแลกกับการได้ไฟล์สำคัญคืนมา   เมื่อค้นดูไปที่ต้นตอของ Phishing พบว่ามันมีมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 80 แทบจะมาพร้อมกับๆ การใช้อีเมลเลยก็ว่าได้ ถึงอย่างนั้นศัพท์เทคนิคว่า Phishing ถูกคิดขึ้นมาในปี 1994 โดยแฮคเกอร์และแสปมเมอร์ชาวอเมริกันที่ชื่อ  Khan C Smith ตอนนั้น Khan เป็นเพียงวัยรุ่นอายุ 14 ปีเท่านั้น เขาได้ล้วงข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลทางการเงินของผู้ใช้งานเว็บไซต์ America Online ด้วยเทคนิคดังกล่าวไปได้ จากวันนั้นถึงวันนี้ เหล่าแฮคเกอร์ได้หาวิธีใหม่ๆ มาดักตกผู้ใช้งานมากมาย จากผลสำรวจ "APWG...

Read More

ได้เวลามาเรียนรู้เพื่อป้องกันการโจมตีของผู้ไม่หวังดีบนโลกไซเบอร์ ในขั้นสูง ! โดย Phishing คือการโจมตีด้วยวิธีการง่ายๆ แต่อันตรายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะทางอีเมล์ที่สามารถเข้าถึงบุคลากรในองค์กรได้ทุกคน   อันตรายที่แท้จริงของการโจมตีแบบ Phishing     การโจมตีแบบ Phishing มีรูปแบบมาตรฐานในการโจมตีผ่านอีเมล์เป็นหลัก ซึ่งตะเป็นอีเมล์ในลักษณะธรรมดา โดยมีเนื้อหาอีเมล์ที่จะประกอบด้วยข้อความเชิญชวนและไฟล์ที่เป็นอันตรายแนบมา รวมไปถึงลิงก์ให้คลิกอีกด้วย ซึ่งโดยมากจะมีวัตถุประสงค์ในการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของคุณ (PII)   อีกหนึ่งจุดเด่นของการโจมตีแบบ Phishing ก็คือการเข้าถึงข้อมูลของเป้าหมายก่อนทำการโจมตี ซึ่งผู้โจมตีจะต้อง ทำการค้นคว้าในเรื่องของข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น ชื่อ ที่อยู่ บ้านเกิด สถานที่ทำงาน หรือแม้แต่ข้อมูลทางการเงิน เพื่อสร้างอีเมล์ Phishing ที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด   นั้นหมายความว่า “อีเมล์หลอกลวง” เหล่านี้จะสามารถทำงานได้เพราะมีผู้หลงเชื่อ และคลิกตามลิงก์ที่เป็นอันตรายดังกล่าว โดยจากสถิตระบุไว้ดังนี้    จากการส่ง Phishing อีเมล์ทั้งหมดจะมีผู้เปิดอ่านอีเมล์สแปมถึง 3% จากการโจมตีแบบ Phishing 70%  และผู้เปิดอ่านอีเมล์ประมาณ 50% จะมีถึง 5% ที่จะตกเป็นเหยื่อของการโจมตีแบบ Phishing ซึ่งผู้โจมตีจะทำการส่งอีเมล์ไปครั้งละจำนวนมากภายในหนึ่งชั่วโมง ทุกการส่ง 10 อีเมล์จะมีโอกาสสำเร็จมาถึง 90% เลยทีเดียว   หากคุณตกเป็นเหยื่อของการโจมตีครั้งนี้แล้ว ก็อาจจะสายเกินไปที่จะป้องกันข้อมูลต่างๆเอาไว้ได้  ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางการเงิน สมุดบัญชีธนาคาร ข้อมูลภายในคอมพิวเตอร์ และรหัสผ่านอื่นๆภายในระบบของคุณ ซึ่งนี่คือจุดเริ่มต้นของอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากการโจมตีขั้นสูงยิ่งกว่านี้ภายในองค์กรได้เป็นอย่างดี    who and the why ?   ทุกคนสามารถตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีแบบนี้ได้ ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้เป็นเจ้าของธุรกิจ มนุษย์เงินเดือน...

Read More