Phishing คืออะไร Tag

ธนาคารกรุงไทยได้ออกมาแจ้งเตือนถึงแคมเปญอีเมล Phishing ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ โดยผู้ไม่ประสงค์ดีปลอมตัวเป็นพนักงานจาก KTB netbank ระบบ Internet Banking ของธนาคารกรุงไทย แล้วหลอกให้เหยื่อคลิกลิงค์ที่แนบมากับอีเมลเพื่อหลอกขโมยรหัสผ่าน อีเมล Phishing ดังกล่าวถูกระบุว่าส่งมาจาก “ธนาคารกรุงไทย.” <info@ktbnetbank.co.th> โดยจั่วหัวเป็น “รักษาความปลอดภัยบัญชีของคุณจากผู้ใช้ที่ไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่งโดเมนที่ใช้งานมีชื่อคล้ายกับเว็บไซต์ของ KTB netbank (www.ktbnetbank.com) เพื่อหลอกให้เหยื่อเข้าใจว่าเป็นพนักงานหรือระบบอัตโนมัติของ KTB netbank ส่งอีเมลแจ้งเตือนมา เนื้อหาในอีเมลระบุว่า พบการเข้าถึงระบบ Internet Banking ของเหยื่อจากหมายเลข IP ที่ไม่รู้จัก จึงทำการระงับบัญชีชั่วคราวเพื่อความมั่นคงปลอดภัย พร้อมทั้งบอกให้เหยื่อลงชื่อเข้าใช้เว็บ https://www.ktbnetbank.com เพื่อเปิดใช้งานบัญชีอีกครั้ง นอกจากนี้ยังขู่อีกว่า ถ้าใส่ข้อมูลไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนอาจทำให้บัญชีของเหยื่อถูกล็อกโดยถาวร อย่างไรก็ตาม ลิงค์ที่แนบมานั้นกลับนำเหยื่อไปสู่เว็บ Phishing ของแฮ็กเกอร์แทน ถ้าเหยื่อเผลอกรอกข้อมูลลงไป จะทำให้ถูกขโมยรหัสผ่านทันที [caption id="attachment_7497" align="aligncenter" width="887"] Credit: KTB.co.th[/caption] ธนาคารกรุงไทยแนะนำว่า ให้ลูกค้าของธนาคารตรวจสอบอีเมลและลิงค์ที่แนบมาให้ละเอียด โดย “Email ของธนาคารจริง จะต้องตามด้วย “@ktb.co.th” ไม่ใช่ “@ktbnetbank.co.th”” และถ้ามีลิงค์ที่น่าสงสัยแนบมาในอีเมลด้วย “สามารถทำการตรวจสอบเบื้องต้นด้วยการนำเมาส์ไปชี้ค้างไว้ โดยไม่ต้องคลิกที่ Link นั้น และหากพบว่า ที่อยู่ไม่ตรงกัน แสดงว่าเป็น Link ที่พาไปยังเว็บไซต์อันตราย” ที่มา: https://www.techtalkthai.com...

Read More

การขโมยข้อมูลหรือแฮคเข้าระบบทางตัวบุคคลผู้ใช้ ยังคงเป็นวิธียอดนิยมของมิจฉาชีพ โดยเฉพาะการใช้อีเมล และการสร้างเว็บไซต์ปลอมๆ หรือที่เรียกกันว่า Phishing   ในปี 2017 ที่ผ่านมา มีรายงานจาก FBI ว่าแฮคเกอร์สามารถทำเงินได้ไม่ต่ำกว่า 676 ล้านเหรียญสหรัฐ จากการ Phishing แบบ CEO Fraud ที่มิจฉาชีพปลอมแปลงอีเมล และสวมรอยเป็นผู้บริหารองค์กร ส่งเมลไปหาเลขาหรือฝ่ายการเงินแล้วบอกให้พนักงานของตัวเองโอนเงินเข้าบัญชีใดบัญชีหนึ่ง (ซึ่งเป็นของมิจฉาชีพนี่เอง)   เว็บไซต์ด้านธุกิจ inc.com ได้รวบรวม วิธี Phishing ยอดนิยมในปีนี้ มีอะไรกันบ้าง ไปดูกันเลย   อีเมลที่บอกว่าผู้รับได้รับสิทธิประโยชน์หรือรางวัลต่างๆ ในปีที่มีมหกรรมกีฬาอย่างฟุตบอลโลกหรือเอเชียนเกมส์ หนึ่งในวิธีที่มิจฉาชีพใช้คือส่งอีเมลไปหลอกผู้รับว่าเขาได้รับรางวัลเป็นตั๋วเข้าร่วมในอีเวนท์นั้นๆ ฟรี หรือคุณมีสิทธิลุ้นรับบัตรเข้าร่วมในราคาที่ต่ำมากๆ เพียงแค่ทำตามขั้นตอนที่บอกมาในอีเมล ด้วยการลงทะเบียน ด้วยการกรอกข้อมูลส่วนตัวลงไปในเว็บไซต์ที่ผู้ส่งอีเมลแปะลิงค์มาให้ นั่นคือวิธีที่มิจฉาชีพหลอกเอาข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไป ด้วยเหตุนี้ผู้ใช้ไม่ควรสนใจอีเมลจากแหล่งอ้างอิงที่ไม่น่าเชื่อถือ ที่มาพร้อมกับข้อเสนอที่ดีเกินจริงเป็นอันขสด โปรโมชั่นที่พักราคาถูก ในช่วงหน้าเทศกาลหรือวันหยุดยาวต่างๆ มิจฉาชีพอาจจะสวมรอยเป็นเจ้าของที่พัก ทำโฆษณาที่พักราคาถูกให้เช่า ในราคาที่ถูกมากกว่าเจ้าอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด ให้ผู้ใช้ที่สนใจบ้านพักนั้น ติดต่อไปทางอีเมลของมิจฉาชีพ จากนั้นมิจฉาชีพก็จะส่งบอกให้เหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีแล้วก็หายเข้ากลีบเมฆ   การเจาะ email account FBI ได้รายงานว่า 50% ของเงินที่มิจฉาชีพได้จากการ Phishing มาจากวิธีที่เรียกว่า account takeover attack มิจฉาชีพแฮคอีเมลคนๆ หนึ่งเพื่อดูว่าคนๆ นั้นทำอาชีพอะไร ติดต่อใครเรื่องอะไรเอาไว้บ้าง จากนั้นมิจฉาชีพก็จะสวมรอยเป็นคนๆ นั้นแล้วส่งอีเมลไปหาคนอื่นๆ...

Read More

Phishing คือภัยร้ายที่มิจฉาชีพเอาไว้หลอกผู้ใช้งานออนไลน์ให้ตกเป็นเหยื่อ เผลอเปิดเผยข้อมูลของตัวเอง หรือเปิดช่องโหว่ความปลอดภัยให้แฮคเกอร์ปล่อย ransomware เข้าไปคุกคามและปิดกั้นการเข้าถึงไฟล์ในเครื่อง ถึงอย่างนั้น Phishing เป็นเรื่องที่ป้องกันได้ และนี่คือ 10 ข้อที่เราอยากแนะนำเพื่อความปลอดภัยจาก phishing ทั้งปวง อัปเดตความรู้เรื่องความปลอดภัยไซเบอร์สม่ำเสมอ - มิจฉาชีพคิดค้นวิธี phising ใหม่ๆ ออกมาเสมอ ถ้าเรารู้ไม่เท่าทัน ก็จะตกเป็นเหยื่อทันที ถ้าคุณทำงานเป็นผู้ดูแลระบบ IT ก็ยิ่งต้องรู้ให้ลึกยิ่งกว่าใคร ฝ่าย IT ควรจัดอบรม security awareness training อยู่เรื่อยๆ และทำการจำลอง phishing กับพนักงานอยู่เป็นประจำ   2.คิดก่อนคลิกทุกครั้ง  - การคลิกลิงค์ที่แนบมาในอีเมลโดยทันทีไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด ก่อนคลิกลิงค์ใดๆ ให้เอาเมาส์ไปวางค้างไว้ที่ลิงค์นั้นก่อน เราจะเห็นตัวอักษรที่บอกว่า url ที่เราจะคลิกเข้าไปนั้นคืออะไร เพราะมิจฉาชีพจะทำการตกแต่งเว็บไซต์ปลอมๆ เช่น Facebook, Amazon ต่างๆ ให้ดูเหมือนเว็บไซต์จริงๆ จนเราแยกไม่ออกและกรอกข้อมูลส่วนตัวลงไป  เช่นเดียวกับการที่แฮคเกอร์มักส่ง phishing email แบบรวมๆ ดังนั้นเวลาขึ้นต้นหัวใจจดหมาย ก็มักจะไม่ได้ระบุชื่อของผู้รับอย่างเจาะจง เช่นการใช้ Dear Customer แทนการใช้ Dear ที่ตามด้วยชื่อของเรา การสังเกตรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ตรงนี้จะช่วยป้องกันเราจาก phishing email...

Read More

การโจมตีทางไซเบอร์ที่เรียกว่า Phishing นั้นมีหลายประเภท (อย่างเช่นที่เคยนำเสนอไปในบทความก่อนว่ามี 12 ประเภทด้วยกัน) ถึงอย่างนั้น Phishing ก็จะมีรูปแบบที่มิจฉาชีพมักจะทำด้วยกัน 4 ข้อนี้ การหลอกลวงผ่านอีเมล - การอ้างว่าตัวเองเป็นฝ่าย Technical Support มิจฉาชีพมักจะหลอกว่าตัวเองเป็นฝ่ายเทคนิคของบริษัทยักษ์ใหญ่และบอกกับผู้รับอีเมลว่าแอคเคานท์ของคุณมีปัญหา ให้รีบจัดการโดยเร็ว แน่นอนว่าถ้าอ่านดีๆ จะพบว่าภาษาที่ใช้มันจะดูแปลกๆ แต่ถ้ารีบๆ อ่านก็อาจจะจับพิรุธไม่ได้ อย่างเช่นเคสนี้ แฮคเกอร์หลอกว่าตัวเองเป็นเจ้าหน้าที่ของ Paypal ที่เห็นว่าผู้ใช้รายนี้มี "unusual log in activity" (การ log in ที่ผิดปกติ) อยู่ ที่ตัวอักษรสีฟ้า จะบอกว่าให้ผู้ใช้คลิกลิงค์นั้นเพื่อ log in เข้า Pay Pal อีกครั้ง และถ้าผู้รับอีเมลคลิกเข้าไปเพื่อ log in และกรอก user name กับ password ตามที่อีเมลบอก ก็จะเป็นการบอกข้อมูลส่วนตัวของเราให้กับโจรไปโดยทันที วิธีแก้คือก่อนคลิกไปยังลิงค์ใดๆ ให้เอาเมาส์ไปวางที่คำๆ นั้น รอสักพัก มันจะขึ้น URL ให้เราเห็นว่าถ้าคลิกแล้วจะลิงค์ไปที่เว็บไซต์ใด เป็นต้น หรืออีกเคสหนึ่ง ที่มิจฉาชีพหลอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของ Microsoft และแจ้ง user ผ่านอีเมลว่า "unusual sign-in...

Read More

Phishing เป็นการโจมตีทางไซเบอร์ที่ร้ายกาจ และใช้ช่องโหว่ที่ร้ายแรงที่สุดนั่นก็คือ “ความผิดพลาดของบุคคล” (Human Error) โดยทั่วไป Phishing มักเข้ามาทางอีเมล มิจฉาชีพอาจใช้หัวข้อที่ดึงดูดผู้รับให้เปิด หรือร้ายแรงกว่านั้น แฮคเกอร์จะทำการบ้านเพื่อค้นคว้าข้อมูลข้อมูลส่วนตัวของผู้รับ และส่งอีเมลที่ดูสมจริงมากขึ้น ถึงอย่างนั้น ก็ยังพอมีวิธีจับพิรุธอีเมลที่น่าสงสัยเหล่านี้อยู่ ลองมาดูกันเลย หัวข้อที่พูดถึงเรื่องดีที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเรื่องจริง ข้อเสนอที่น่าสนใจ หรือการใช้คำใหญ่ๆ ออกแนวโฆษณาเร้าอารมณ์ (คล้ายๆ การพาดหัวข่าวแบบคลิกเบท) เช่น การบอกว่าคุณชนะรางวัลใหญ่ได้ไอโฟน ถูกล็อตเตอรี่ หรือได้รางวัลพิเศษต่างๆ อย่าไปเสียเวลาคลิกเข้าไปดู มันมีโอกาสเป็น Phishing สูงมาก เนื้อหามีการบีบให้รีบตัดสินใจ นี่คือแทคติคที่แฮคเกอร์มักใช้ และได้ผลเสมอ คือการให้ผู้รับอีเมลต้องรีบตัดสินใจ เช่น บอกว่าดีลนี้กำลังจะสิ้นสุดภายในเวลาไม่กี่นาทีหรือชั่วโมง หรือการบอกว่าบัญชีโซเชียลมีเดียของคุณมีปัญหาและต้องรีบกรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อกู้ ID ของคุณคืนทันที บางทีแฮคเกอร์อาจจะวางแผนลึกกว่านั้น ด้วยการทำเนื้อหาให้เป็นเหมือนอีเมลคุยเรื่องงาน และบอกให้คุณต้องรีบตอบกลับ หรือคลิกลิงค์เข้าไปดูข้อมูลบางอย่าง Hyperlink หลายๆ ครั้งแฮคเกอร์จะให้ผู้รับเอาเมาส์ไปคลิกที่ข้อความเพื่อลิงค์ไปที่เว็บข้างนอก แต่หลายๆ ครั้ง มันจะลิงค์ไปที่เว็บปลอมที่แฮคเกอร์สร้างขึ้น ให้เอาเมาส์ไปวางค้างไว้ที่ข้อความนั้น เพื่อดู URL ให้รู้ว่าถ้ากดแล้งจะไปที่ไหน จะช่วยได้ ไฟล์แนบ ถ้าเห็นไฟล์แนบที่ดูไม่น่าไว้ใจ หรือดูไม่มีเหตุผลว่าทำไมต้องมีไฟล์อื่นๆ แนบมาด้วย คำแนะนำที่ดีที่สุดคือไม่ต้องไปเกิดมัน เพราะนั่นอาจเป็น malware หรือ ransomware ได้ 5.ตรวจดูชื่อผู้ส่ง ถ้าคนส่งเป็นชื่อที่เราไม่รู้จัก หรือเป็นชื่อคนรู้จักที่เราสงสัยว่าคนนั้นไม่น่าส่งอีเมลหาเราในเรื่องนี้ คำแนะนำที่ดีที่สุดคืออย่าเปิดดู หรือให้ดูการสะกดชื่อต่างๆ ว่าสะกดถูกต้องดีไหม ถ้ามีการสะกดชื่อคนผิด หรือในอีเมลมีคำผิดเยอะๆ...

Read More

Phishing คือการล้วงข้อมูลลับด้วยวิธีทางสังคม (Social Engineering) มันคือภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่น่ากลัวอย่างยิ่ง คำว่า Phishing ออกเสียงแบบเดียวกับคำว่า Fishing ที่แปลว่าตกปลา ไม่ต่างจากการที่แฮคเกอร์ใช้เหยื่อล่อให้ผู้ใช้ตายใจ และเผลอกรอกข้อมูลส่วนตัวไปให้โดยไม่รู้ตัว   แฮคเกอร์มักจะใช้ Phishing ด้วยการล่อลวงมาทางอีเมล เช่น บอกว่าคุณได้รางวัลใหญ่ หรือบัญชีธนาคารของคุณกำลังถูกระงับ หรือแอคเคานท์โซเชียลมีเดียของคุณมีปัญหา จากนั้นจะมีลิงค์ที่ดูเหมือนว่าจะนำไปสู่หน้า official website ของหน่วยงานนั้น ซึ่งหน้าตาของเว็บไซต์ปลายทางดูเผินๆ ก็เหมือน official website จริงๆ ซึ่งจะมีช่องให้คุณกรอกข้อมูลส่วนตัวต่างๆ ลงไป โดยเฉพาะเลขบัตรเครดิต ในหน้าเว็บไซต์อันนั้น คือหลุมพรางที่แฮคเกอร์ขุดบ่อไว้ล่อปลามาตกกิน เพราะข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเอาไปใช้หากินทันที เช่น บัตรเครดิตจะถูกรูดเอาไปใช้ เป็นต้น   ร้ายกว่านั้น ในการคลิกลิงค์ต่างๆ มันอาจเป็นแผนหลอกให้ผู้ใช้ติดตั้งมัลแวร์ต่างๆ ภายในเครื่องโดยไม่รู้ตัว มัลแวร์เหล่านี้อาจไปเข้ารหัสให้คุณเปิดไฟล์สำคัญไม่ได้ และแฮคเกอร์ก็จะติดต่อคุณเพื่อให้คุณจ่ายเงินแลกกับการได้ไฟล์สำคัญคืนมา   เมื่อค้นดูไปที่ต้นตอของ Phishing พบว่ามันมีมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 80 แทบจะมาพร้อมกับๆ การใช้อีเมลเลยก็ว่าได้ ถึงอย่างนั้นศัพท์เทคนิคว่า Phishing ถูกคิดขึ้นมาในปี 1994 โดยแฮคเกอร์และแสปมเมอร์ชาวอเมริกันที่ชื่อ  Khan C Smith ตอนนั้น Khan เป็นเพียงวัยรุ่นอายุ 14 ปีเท่านั้น เขาได้ล้วงข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลทางการเงินของผู้ใช้งานเว็บไซต์ America Online ด้วยเทคนิคดังกล่าวไปได้ จากวันนั้นถึงวันนี้ เหล่าแฮคเกอร์ได้หาวิธีใหม่ๆ มาดักตกผู้ใช้งานมากมาย จากผลสำรวจ "APWG...

Read More